แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบตั๋วครู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบตั๋วครู แสดงบทความทั้งหมด

ความคืบหน้า ไม่จบครู สอบขอใบประกอบวิชาชีพครูได้

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555 ป้ายกำกับ: , ,

หลายๆ คนก็ดีใจ และก็คงมีอีกหลายต่อหลายคนที่ไม่ชอบใจ เพราะว่า การขอใบประกอบวิชาชีพครูในกรณีไม่ได้เรียนจบครู ไปอ่านรายละเอียดกันครับ


น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตามที่บอร์ดคุรุสภาเตรียมแก้ไขมาตรา 44 ของพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดไว้ว่า


 ผู้ที่เป็นครูจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และผู้ที่จะมีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้จะต้องมีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง หรือผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด หากไม่มีการรับรองวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถเป็นครูได้ 

ซึ่งมาตรานี้ทำให้คนที่จบสาขาอื่น เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ รวมทั้งผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ ไม่สามารถมาขอใบอนุญาตฯ ได้เช่นกัน ทั้งที่ในอดีตคนกลุ่มนี้เคยเป็นกำลังสำคัญในโรงเรียนที่ขาดแคลนครู เช่น ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) นั้น ขณะนี้คุรุสภาส่งเรื่องแก้ไขมาตราดังกล่าวมายังตนแล้ว เพื่อนำเสนอนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ. พิจารณาเห็นชอบ

นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาจัดประชุมปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 เมื่อเร็วๆ นี้ สาระสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ศธ. ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่จบสาขาวิชาชีพอื่นได้มาเป็นครู โดยการปรับแก้ในมาตรา 44 ใหม่ จะเปิดโอกาสให้เฉพาะสาขาวิชาที่จำเป็น และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด ซึ่งจะต้องเข้าอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูภายในระยะเวลา 3 ปีตามที่คุรุสภากำหนดด้วย 

ส่วนที่กังวลว่าการแก้ไขนี้จะทำให้มาตรฐานวิชาชีพครูตกต่ำลง เพราะให้ใครก็ได้มาขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคุรุสภาจะพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในสาขาวิชาที่จำเป็น ซึ่งใบอนุญาตที่ออกให้กลุ่มสาขาวิชาที่คุรุสภาพิจารณาจะมีตัวเลขพร้อมอักษรย่อชื่อระบุไว้ หากผู้ขอใบอนุญาตไม่สามารถเข้าอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูตามที่คุรุสภากำหนดภายใน 3 ปีใบอนุญาตก็จะหมดสภาพโดยอัตโนมัติ




ขอบคุณข้อมูลจาก --> หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ว้าวๆ คุรุสภา เห็นชอบแล้ว แก้กฎหมายเปิดกว้างขอตั๋วครู พร้ัอมมีวิธีควบคุม

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555 ป้ายกำกับ: , ,

และแล้วคุรุสภา ก็ ชงแก้กฎหมายเปิดกว้างขอตั๋วครู คุรุสภาไม่หวั่นมีวิธีคุมคุณภาพ


ไปอ่านรายละเอียดกันครับ


ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการคุรุสภากำลังจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไข มาตรา 44 ของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่กำหนดว่าผู้ที่เป็นครูจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และผู้ที่จะมีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะต้องมีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง หรือผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด หากไม่มีการรับรองวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถเป็นครูได้ เพราะมาตราดังกล่าวทำให้ผู้ที่จบสาขาอื่น เช่น วิศกรรมศาสตร์ ไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ รวมทั้งผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขอใบอนุญาตฯได้เช่นกัน ทั้งที่ในอดีตคนกลุ่มนี้เคยเป็นกำลังสำคัญในโรงเรียนที่ขาดแคลนครู เช่น ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เป็นต้น

"ขณะนี้คุรุสภาได้เสนอเรื่องการแก้ไขมาตราดังกล่าวมาให้แล้ว เพื่อนำเสนอ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ.ได้พิจารณาและดำเนินการต่อไป" ปลัดศธ.กล่าว

ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรม การคุรุสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมาคุรุสภาได้จัดประชุมปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการปรับปรุงแก้ไขก็เพื่อต้องการให้สอดคล้องกับโนยบายของ รมว.ศธ. ที่ต้องการเปิดกว้างให้ผู้ที่จบสาขาวิชาชีพอื่นได้มาเป็นครู โดยการปรับปรุงแก้ไขมาตรา 44 จะเปิดโอกาสให้ตามกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะสาขาวิชาที่จำเป็น และยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด ซึ่งจะต้องเข้าอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูภายในระยะเวลา 3 ปี ตามที่คุรุสภากำหนดด้วย

" กรณีที่มีผู้กังวลว่าจะทำให้มาตรฐานวิชาชีพครูตกต่ำลง เนื่องจากใครก็ได้สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้น เรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้เพราะคุรุสภาจะพิจารณาออกใบอนุญาตเป็นรายสาขาวิชาที่จำเป็น ซึ่งใบอนุญาตที่ออกให้กลุ่มสาขาวิชาที่คุรุสภาพิจารณานั้นจะมีการกำหนดตัวเลขพร้อมอักษรย่อชื่อระบุไว้ในใบด้วย ซึ่งหากผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่สามารถเข้าอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูตามที่คุรุสภากำหนดภายใน 3 ปี ใบอนุญาตก็จะหมดสภาพไปโดยอัตโนมัติจึงไม่ต้องกังวลว่าผู้มายื่นขอใบอนุญาตจะไม่ได้มาตรฐานความเป็นครู" ดร.ดิเรก กล่าว.

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2555 (กรอบบ่าย)--

ยังไงเสีย คนที่จะเป็นครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู

ป้ายกำกับ: , ,

สืบเนื่องจากวันนี้ได้อ่านรายละเอียดในข่าวของหน้่าหนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ (ฉบับวันที่ 26 มีนาคม 2555) มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสอบบรรจุครู ของเรานะครับ เพราะเป็นเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู

จากแนวคิดของ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาดำรงเวช รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะเปิดโอกาสให้บัณฑิตทุกสาขาวิชา มาสอบเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพได้นั้น เรื่องนี้ รศ.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเปิดช่องเพื่อให้คนเก่งวิชาเฉพาะ อาทิ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ถึงแม้จะไม่ได้เรียนสาขาการผลิตครูมาเลยว่า มาสอบเป็นครูถือเป็นความคิดที่ดี    แต่คนเหล่านี้ควรต้องเรียนเพิ่มในเรื่องความเป็นครูบ้าง ทั้งด้านจิตวิทยาครู หลักการวัดและประเมินผล และวิธีการสอนต่างๆ เพราะกลุ่มคนดังกล่าวจะมาสอบอย่างเดียวคงไม่พอจะเป็นครูได้ ต้องเรียนเพิ่มเพื่อเป็นครูใช้เวลา 1 ปี คล้ายๆ กับการเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต วิชาชีพครู แต่ไม่ควรจัดการศึกษาเพื่อธุรกิจจนเกิดปัญหา ป.บัณฑิต เพราะวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง หากจะเปิดรับบัณฑิตจากสาขาวิชาชีพอื่นโดยไม่ขัดเกลาเลยก็จะขัดกับหลักการวิชาชีพได้

ดังนั้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นครูควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่ก็มาเรียนเพิ่ม เพื่อขอรับใบอนุญาต ถึงจะเป็นวิชาชีพชั้นสูงจริง ไม่ใช่ว่าใครอยากมาเป็นครูก็เป็นได้ง่ายๆ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ --> หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ 

เรื่องนี้คงเป็นหนังยาว ก็คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับ (พวกเราๆ ก็คงรอคอยวันประกาศสอบบรรจุครู 2555) กันมากกว่า จริงไหมครับ หวังแต่เพียงว่าอีกไม่นานจะประกาศสักที จะได้เตรียมตัวกันอีกสักตั้ง...

ไม่ได้จบครู สอบตั๋วครูเพื่อสอบบรรจุครูไม่ได้แล้ว ครุสภาชี้ขัดต่อกฎหมาย

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 ป้ายกำกับ: , ,

จากกรณีที่ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.กระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดให้คนที่จบทุกสาขา สอบมาตรฐานวิชาชีพครู แล้วได้ใบประกอบวิชาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการสอบบรรจุรับราชการครูได้นั้น 



วันนี้ (21 มีนาคม 2555) นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า แนวคิดว่าอยากให้ผู้ที่จบการศึกษาทุกคณะ ทุกสาขาวิชาที่ไม่ใช่ศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์บัณฑิต แต่ต้องการจะเป็นครูสามารถมาสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพครู และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาทันที โดยไม่ต้องเรียนทางด้านวิชาชีพครู จึงได้มอบให้คุรุสภาไปศึกษา ว่า ได้ชี้แจงให้ รมว.ศึกษาธิการ ทราบเบื้องต้นแล้วว่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 44 นั้นได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ประสงค์ยื่นใบขออนุญาตประกอบวิชาชีพครู เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จบปริญญาตรีทางการศึกษา หรือจบระดับปริญญาตรีในสาขาอื่นๆ ที่คุรุสภารับรอง ต้องมีประสบการณ์การสอนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะขอใบอนุญาตฯ จะต้องมีคุณสมบัติตามนี้ แต่แนวทางของ รมว.ศึกษาธิการ นั้นไม่สามารถทำได้เพราะขัดต่อกฎหมาย แต่หากจะได้รับใบอนุญาตจะเป็นเพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอน เพื่อประโยชน์ในการทำงานเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำใบนี้ไปยื่นประกอบใช้ในการสอบบรรจุแข่งขันเป็นข้าราชการครูได้ 

       ด้าน นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ประธานคุรุสภาและตนจะเข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงและรายงานให้ทราบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ทราบว่ามีข้อกฎหมายกำกับไว้ อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ นั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าวิชาชีพครูนั้นเป็นวิชาชีพชั้นสูงเหมือนวิชาชีพแพทย์ ทุกคนที่มาเป็นครูจะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีการบ่มเพาะ สร้างสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู เพราะต้องเสียสละทุ่มเทในการสอน และขณะนี้ก็มีการส่งเสริมการผลิตครูมากมายที่กำลังจะจบมาเป็นกำลังสำคัญ เช่น นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครู 5 ปี ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาใจคนทุกคนได้
       
       “ให้เปรียบเทียบกับคนเรียนแพทย์ หากเรียนแต่ทฤษฎีแต่ไม่เคยฝึกปฏิบัติตรวจคนไข้ หรือฝึกฉีดยา จบมาก็มารักษาเลย ผมถามว่าเราจะกล้าให้รักษาหรือไม่ เช่นเดียวกับคนจะมาเป็นครูต้องมีการฝึกสอน ฝึกปฏิบัติจริง เพื่อที่เราจะได้คัดคนดี คนเก่งจริงๆ มาเป็นครู ที่ผ่านมาเคยมีกรณีตัวอย่างครูสอนคอมพิวเตอร์คนหนึ่งที่โรงเรียนจ้างมาสอนแต่ได้กระทำการลวนลามเด็ก จนเกิดการร้องเรียน คุรุสภาได้ลงไปตรวจสอบก็พบว่าครูคนนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่ได้จบครูโดยตรง และไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งตรงนี้เราก็เอาผิดไปถึงผู้บริหารโรงเรียนได้เพราะละเลย โดยต่อไปคุรุสภาจะเร่งตรวจสอบไปยังโรงเรียนต่างๆ ด้วยว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่ครูยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมถึงโรงเรียนใดที่มีครูไม่จบตรงสาขาและยังไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนที่คุรุสภาออกให้ เพื่อจะติดตามให้มาดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป” นายองค์กรกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก ---> หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ 21 มีนาคม 2555

เรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับบทกฎหมาย เพราะฉะนั้ืน ละเอียดอ่อนมากๆ ครับ